มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ร่วมพลังขับเคลื่อน ประเด็น การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม
วันนี้ (วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569) มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ใน “เวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความเห็นเพื่อการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย (ระดับพื้นที่และหน่วยงานส่วนกลาง) ประเด็น การสร้างเสริมสุขภาวะบนพื้นฐานสิ่งแวดล้อม” จัดโดย สช. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ณ ห้องประชุมวีนัส โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
ในเวทีสำคัญระดับชาตินี้ มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ได้ร่วมสะท้อนมุมมอง ประสบการณ์เชิงประจักษ์ และข้อเสนอเชิงนโยบายจากบทเรียนการทำงานจริงของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. จากจุดเริ่มต้น “สวนบำบัด” พ.ศ. 2557 สู่การยกระดับเป็น “สถาบันวิชาการสวนบำบัดแห่งประเทศไทย” : มูลนิธิเพื่อเด็กพิการและภาคีเครือข่าย ได้ขับเคลื่อนเรื่อง “สวนบำบัด (Garden Therapy)” มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี เราไม่ได้มองธรรมชาติเป็นเพียงสิ่งแวดล้อม แต่คือ “นวัตกรรมทางการบำบัดเยียวยา” ที่เรียบง่ายและทรงพลัง จนสามารถยกระดับองค์ความรู้สู่การจัดตั้งสถาบันวิชาการฯ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย หลักสูตร และขยายผลเครือข่ายทั่วประเทศ
2. ย้ำเจตนารมณ์จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 (ปี 2563) สู่เชิงนโยบาย ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรม Side Event ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 หัวข้อ “รูปแบบสวนบำบัดที่เหมาะสมสำหรับเด็กพิการและครอบครัว สู่การมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น” เพื่อผลักดันให้ธรรมชาติและสวนบำบัดบรรจุเข้าสู่ระบบการสร้างเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือ นโยบายต้องตอบโจทย์ทั้ง “ประสิทธิภาพ (Efficiency)” ในการเข้าถึงง่าย ใช้ฐานชุมชนและครอบครัว และ “ประสิทธิผล (Effectiveness)” ที่วัดผลได้จริงใรเชิงประจักษ์ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม ของเด็กพิการ คนพิการ และผู้ดูแล
3. คลังองค์ความรู้ สื่อคู่มือ และการปฏิบัติจริงใน “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” มูลนิธิฯ ได้รวบรวมถอดบทเรียนการทำงานจริง จัดทำเป็นสื่อ ชุดความรู้ คู่มือสวนบำบัด คู่มือสวนผักบำบัด และคู่มืออาบป่าบำบัด พร้อมทั้งนำกิจกรรมสวนบำบัดเข้าบรรจุเป็น “ชุดกิจกรรมบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ” ในศูนย์บริการคนพิการทั่วไปอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นต้นแบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุขนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
การขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะในวันนี้ จะสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องเปิดโอกาสให้เด็กพิการ คนพิการ และครอบครัว รวมถึงภาคประชาชน และ ภาคประชาสังคม ได้เข้าถึงธรรมชาติและสิทธิการฟื้นฟูสุขภาวะได้อย่างเป็นธรรม 














