เกี่ยวกับเรา

20 ปี จากเลิดสิน… สู่ลาดพร้าว 47

โรงพยาบาลเลิดสินโรงพยาบาลเลิดสิน ที่พักพิงแห่งแรก เด็กสมองพิการจำนวนมากที่ต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูบำบัดหลังจากการผ่าตัด ซึ่งเด็กเหล่านี้ต้องอยู่โรงพยาบาลตามลำพัง บ้างก็ขาดเรียน ขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยของเด็ก ต่างเป็นผลให้เด็กๆ ขาดการพัฒนาการทางด้านจิตใจ และร่างกาย เด็กบางคนเกิดการซึมเศร้า ท้อแท้ บ้างก็คอยผู้ปกครองด้วยความหวัง แต่ผู้ปกครองก็ไม่สามารถมาดูแลที่โรงพยาบาลได้ จากสภาพปัญหาต่างๆ ยิ่งเป็นผลให้เด็กสมองพิการเหล่านั้นยิ่งด้อยโอกาสในการพัฒนาทั้งด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการฟื้นฟูทางร่างกายแล้วก็ตาม

คุณหมอประพจน์ เภตรากาศ และคณะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลเลิดสิน จึงได้ริเริ่ม “โครงการฟื้นฟูเด็กสมองพิการ” ในปี 2525 ซึ่งนับว่าเป็นก้าวแรกของการทำงานพัฒนาเด็กสมองพิการสังคมไทย โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาฟื้นฟูที่ตัวเด็กพิการทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ควบคู่กันไป

ถึงแม้ว่าโครงการฟื้นฟูเด็กสมองพิการได้อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลเลิดสิน นับตั้งแต่ปี 2525 ถึง ปี 2529 แต่ในการจัดการและการดำเนินงาน เป็นไปในรูปแบบกึ่งอาสาสมัคร ทั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฟื้นฟูฯ ไม่ได้อยู่ในระบบการทำงานของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ส่วนมากเป็นผู้ที่สนใจ และศรัทธาต่อแนวคิดในการช่วยเหลือสังคมและการฟื้นฟูพัฒนาเด็กพิการทั้งร่างกาย และจิตใจไปพร้อมๆ กัน

ด้วยพลังศรัทธาของเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการของศูนย์ฯ ทำให้การฟื้นฟูของศูนย์ฯ ดำเนินไปด้วยดีและด้วยการทำงานที่ขยันขันแข็งของเจ้าหน้าที่ ทำให้เด็กที่อยู่ในศูนย์ฯ มีการพัฒนาอย่างเด่นชัด ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ปกครองมีความพึงพอใจขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็โยนภาระให้กับเจ้าหน้าที่มากขึ้น เจ้าหน้าที่ทำงานหนักมากเพราะจำนวนเด็กมีมาก แต่ข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานที่ จึงไม่สามารถขยับขยายหรือเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับปริมาณเด็กที่มีอยู่ในศูนย์ฯ และเป็นปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเมื่อมีการดำเนินงานอย่างจริงจัง และมีระบบการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อความยั่งยืนในการช่วยเหลือเด็กสมองพิการ ดังนั้นศูนย์ฟื้นฟูเด็กพิการ จึงได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อเด็กพิการที่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2529

ศูนย์การฟื้นฟูเด็กสมองพิการจึงนับว่าเป็นจุดก่อเกิดของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ โดยมีโรงพยาบาลเลิดสินเป็นผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่พวกเรา เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังแรกของเรา และหากไม่มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ งานด้านฟื้นฟูและพัฒนางานเด็กสมองพิการก็คงไม่พัฒนามาถึงวันนี้ได้

บ้านซอยน้อมจิต

บ้านซอยน้อมจิต

บ้านซอยน้อมจิต เป็นบ้านหลังที่สองของเรา หลังจากที่ได้ย้ายมาจากโรงพยาบาลเลิดสิน ในปี 2529 และมีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นั่นย่อมหมายถึงเราได้มีสถานภาพทางสังคมอย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนก็สามารถตรวจสอบเราได้เช่น จากโครงการเล็กๆ ได้พัฒนามาเป็นมูลนิธิฯ โดยมีโครงสร้างองค์กรที่ประกอบด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มีการกำหนดทิศทางการทำงาน มีนโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องมีการทบทวนการทำงานที่ผ่านมา เพื่อที่มูลนิธิฯ จะได้ทำโครงการและกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและสถานการณ์ของเด็กพิการในสังคมไทย ดังนั้นในช่วงการดำเนินงานของบานซอยน้อมจิตจึงเป็นก้าวที่สองของมูลนิธิฯ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน รวมถึงทิศทางการทำงาน ยุทธศาสตร์ วิธีการทำงานและกิจกรรมต่างๆ และในขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาการจัดการองค์กร เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ อย่างแท้จริง

จากก้าวแรกของมูลนิธิฯ ที่มีศูนย์ฟื้นฟูเด็กสมองพิการโดยเน้นที่การฟื้นฟูพัฒนาการเรียนรู้และการให้บริการกายภาพบำบัดแก่เด็กเป็นรายกรณีตามลักษณะ และปัญหาของเด็กโดยตรง ซึ้งการให้บริการต่างๆเหล่านี้เป็นผลดีต่อเด็กโดยตรง ทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากต้องการส่งเด็กมาที่ศูนย์ฯ ซึ่งเป็นผลให้มูลนิธิฯต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น และรับผิดชอบต่อเด็กมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ปกครองหลายเท่าก็ผลักภาระมาให้มูลนิธิฯโดยการส่งเด็กมาที่ศูนย์ฯและละทิ้งเด็กให้อยู่กับมูลนิธิฯซึ่งเป็นผลร้ายต่อจิตใจของเด็กเป็นอย่างยิ่ง และในขณะที่ทางมูลนิธิฯเองก็ไม่สามารถรับเด็กเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและจำนวนเจ้าหน้าที่ เมื่อมูลนิธิฯต้องมีงานมากขึ้น ทั้งมูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่จึงต้องเป็นฝ่ายตั้งรับต่อปัญหาเด็กพิการ ซึ่งเป็นผลให้การทำงานในการสร้างสำนึกและทัศนคติที่ดีต่อเด็กพิการ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายประสงค์เท่าที่ควร ดังนั้นมูลนิธิฯจึงได้มีการปรับทิศทางการทำงาน เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการสร้างสำนึกและทัศนคติของสังคมที่ถูกต้องต่อเด็กพิการ โดยได้หันมาให้ความสำคัญต่อครอบครัวและชุมชนในการฟื้นฟูเด็กพิการ และในขณะเดียวกันได้มีการทำงานรณรงค์เผยแพร่มากขึ้น นอกจากนั้นได้มีการพัฒนาโครงการฟื้นฟูเด็กพิการโดยชุมชน ที่อำเภอบัวใหญ่จังหวัดนครราชสี่มา โดยได้มีการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยงานของรัฐอย่างจริงจัง จากรูปธรรมและบทเรียนจากโครงการที่บัวใหญ่ ได้ส่งผลต่อการรณรงค์เผยแพร่ต่อสังคมในการสร้างความเข้าใจต่อปัญหาเด็กพิการในระดับกว้างได้เป็นอย่างดีขณะเดียวกันก็ได้มีการขยายโครงการไปในพื้นที่อื่น โดยได้นำบทเรียนจากโครงการบัวใหญ่ไปปรับใช้ในโครงการอื่น นอกจากนั้นได้มีการจัดปรับการทำงานของศูนย์ฯเพื่อให้สอดคล้องต่อสถานการณ์มากขึ้น โดยได้มีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อการส่งต่อเด็กพิการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบโดยตรง เป็นผลให้มูลนิธิฯได้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น การฝึกอบรมให้ผู้ปกครองได้ทำกายภาพบำบัดให้แก่เด็กของตนเอง และมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบของครอบครัวมากขึ้น นอกจากนั้นผลจากการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทำให้เกิดกิจกรรมร่วมกับองค์กรด้านเด็กพิการอื่นๆ ได้แก่การจัดแสดง “ศิลปะเพื่อเด็กพิการ”ปี พ.ศ. 2531 เป็นครั้งแรก ซึ้งได้รับความสนใจจากภาครัฐและสาธารณชนเป็นอย่างมาก และได้มีการดำเนินงานกันต่อมากอีกหลายครั้ง นอกจากนั้นก็ได้มีการจัด “ค่ายเยาวชนคนพิการ”ร่วมกับองค์กรด้านความพิการต่างๆซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กพิการเอง และได้เปิดช่องทางใหม่ให้สังคมได้รับรู้ถึงศักยภาพของเด็กพิการอีกด้วย

About FCDThaialdn - Activitiesจากการทำงานด้านเผยแพร่และรณรงค์มากขึ้น มูลนิธิฯพบว่า เมื่อสังคมเข้าใจปัญหาด้านเด็กพิการมากขึ้น การสนับสนุนการทำงานด้านพัฒนาฟื้นฟูเด็กพิการก็มีมากขึ้น ดัง นั้นจึงมีการสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและสิ่งของจากสังคมมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาการระดมทุนภายในสังคมไทยในระดับที่กว้างขึ้น

ในขณะที่มีการจัดปรับทิศทางและการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ภายในองค์กรเองก็ได้มีการปรับโครงสร้าง และบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับงาน และเป็นการให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้บรรลุตามเป้าประสงค์ นอกจากนั้นได้มีการพัฒนาระบบการทำงานภายในของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมศักยภาพและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่

เมื่อการทำงานของมูลนิธิฯได้ขยายมากขึ้น ความสนใจและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ และจากสาธารณะก็มีมากขึ้น ยิ่งเป็นผลทำให้มูลนิธิฯ ต้องคิดค้นและแสวงหาแนวทางใหม่ เพื่อทำงานด้านเด็กพิการได้รอบด้านมากขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ และองค์ความรู้ใหม่ในการแก้ไขปัญหาด้านเด็กพิการให้มีประสิทธิภาพ

ดังนั้นเมื่องานขยาย คนทำงานมีมากขึ้น เด็กที่มารับบริการก็มีเพิ่มขึ้นสถานที่ที่เคยใหญ่โตและสามารถรองรับงานต่างๆได้ก็กลับเล็กลง จึงถึงเวลาที่จะขยับขยายกันอีกครั้ง

ในปี 2531 เราได้ย้ายมาสู่บ้านหลังที่ 3 ที่ซอยลาดพร้าว 87 ที่ใหญ่ขึ้นและมีบริเวณให้เด็กและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ในขณะเดียวกันโครงการต่างๆ ก็ถูกพัฒนาขึ้นอีกหลายโครงการ เพื่อรองรับแนวคิดและทิศทางใหม่ๆ พัฒนาพื้นฟูเด็กสมองพิการ

About FCD Thailandในช่วง 5 ปี ของบ้านซอยลาดพร้าว 87 นี้ นับว่าเป็นช่วงของการค้นหารูปแบบที่เหมาะสมของการฟื้นฟูเด็กพิการในชุมชน (Community – Based Rehabilitation) ทั้งนี้เป็นผลมาจากการบทเรียนจากโครงการฟื้นฟูเด็กพิการโดยชุมชนที่อำเภอบัวใหญ่ จึงได้มีการสำรวจและขยายโครงการไปยังอำเภอศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยได้เอารูปแบบและประสบการณ์จากบัวใหญ่ มาปรับใช้ และคิดค้นรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปัญหาของศรีบุญเรื่อง

งานฟื้นฟูเด็กพิการโดยชุมชน (CBR) ของมูลนิธิฯได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงการที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลมากจากประสบการณ์งาน CBR ในพื้นที่ จึงได้นำมารณรงค์เผยแพร่ต่อสังคมวงกว้างและในเชิงนะโยบาย นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้เอาประสบการณ์ CBR ในชนบทมาริเริ่มโครงการ CBR ในชุมชนเมือง โดยปรับรูปแบบใหม่ให้เข้ากับงานในชุมชนเมืองในขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาหารูปแบบที่เหมาะสมต่อการส่งเด็กคือสู่ครอบครัวเมื่อมูลนิธิฯ ไม่สามารถรับเด็กประจำพักค้างที่มูลนิธิฯได้ การคิดค้นงานด้านส่งเสริมศักยภาพครอบครัวเพื่อรองรับเด็กพิการ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นมูลนิธิฯจึงได้มีการจัดอบรมผู้ปกครองเด็กพิการ อย่างสม่ำเสมอทั้งทางด้านฟื้นฟูกายภาพบำบัด การฟื้นฟูด้านอารมณ์ จิตใจของเด็กโดยทำความเข้าใจต่อผู้ปกครองในเรื่องสภาพความเป็นจริงของเด็กพิการ ในขณะเดี่ยวกันก็มีการสนับสนุนกิจกรรมโครงการดนตรีเพื่อคนพิการ (Asia Wataboshi Music Festival) ซึ่งเป็นการประสานงานกับต่างประเทศในระดับสากลมากขึ้น โดยมีการคัดเลือกคนพิการที่มีความสามารถด้านดนตรีไปร่วมในงาน Wataboshi ซึ่งในปี 2540 มูลนิธิฯ ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดโดยมีผู้เข้าร่วมจาก 15 ประเทศ ได้รับความสนใจทั้งสื่อมวลชนในและต่างประเทศอย่างมาก โครงการนี้ก็ทำกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้

นอกจากนั้น มูลนิธิฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการทอผ้า Saori ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ผู้ปกครองของเด็กพิการได้ร่วมโครงการทอผ้า เพื่อเป็นกิจกรรมร่วมกันและเป็นการคลายความเครียดของร่างกายและจิตใจ โดยผู้ปกครองเด็กพิการได้เข้าร่วม และมีการดำเนินงานกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

จากงานค่ายเยาวชนคนพิการ ได้มีการพัฒนามาสู่การจัดค่ายเด็กพิการ โดยมูลนิธิฯได้ซื้อที่ดิน จ.ฉะเชิงเทราเพื่อทำเป็นค่ายเอนกประสงค์ ที่สามารถให้บริการทั้งคนพิการและบุคคลทั่วไป ซึ่งการดำเนินงานของ ค่ายห้วยน้ำใสนี้ เป็นอิสระจากมูลนิธิฯ และเป็นโครงการร่วมกันมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กค่ายห้วยน้ำใส ไดมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และให้บริการแก่หน่วยงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

About FCD Thailandในช่วงที่ 3 ของมูลนิธิฯ นักว่าเป็นช่วงของการขยายงานเละเครือข่าย โดยเฉพาะทางด้าน CBR ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มคนที่ทำงานด้านคนพิการในพื้นฟูที่ชนบทมากขึ้น เป็นการรองรับและถ่ายโอนงานจากมูลนิธิฯ นอกจากนั้นงานฟื้นฟูเด็กพิการในเมืองที่ได้รับการทำโครงการในชุมชนเมือง และในสถานสงเคราะห์ก็มีการพัฒนาสู่โครงการงานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กพิการที่เน้นการให้สันทนาการต่อเด็กพิการและเสริมสร้างศักยภาพของผู้ปกครองเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเด็กพิการจนมาถึงปัจจุบันในขณะที่งานของมูลนิธิฯได้ขยายมากขึ้น การสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก็มีมากขึ้นในปี 2537 มูลนิธิฯได้รับการสนับสนุนจากกองค์กรแตร์ เด ซอม ในการสร้างอาคาร มูลนิธิฯเป็นของตนเอง โดยไม่ต้องเช่าจากผู้อื่นต่อไป มูลนิธิฯ ได้ตั้งหลักปัดฐานในที่ดิน พื้นใหม่ในซอยลาดพร้าว 47 ซึ่งเราคงไม่ต้องย้ายไปไหนอีก เพราะเป็นที่ดินและอาคารของมูลนิธิฯเองที่จะเป็นบ้านหลังสุดท้าย และคงขยายงานต่อๆ ไปภาพในบ้านหลังนี้

เมื่อมูลนิธิได้ทำงานและมีผลงานออกสู่สาธารณชนมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่ทำงานด้านเด็กพิการรวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ และองค์กรสนับสนุนและในขณะเดียวกันงานด้านเด็กพิการก็มีความท้าทายมากขึ้นเช่นเดี่ยวกันการดำเนินงานข้องมูลนิธิ จึงได้มีการปรับตัวให้เข้ากับปัญหาและสถานการณ์มากขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะงานฟื้นฟูเด็กพิการโดยชุมชนที่ได้ขยายงานไปยังภาคใต้โดยมีโครงการที่นครศรีธรรมราช งานส่งเสริมศักยภาพครอบครัว โดยมูลนิธิฯได้ตระถึงศักยภาพและพลังของครอบครัวคนพิการ ในการร่วมตัวเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาลูกหลานตนเองนอกจากนั้นยังเน้นการรณรงค์ส่งเสริม โดยเฉพาะทางด้านการพลักดันด้านกฎหมาย เพื่อประโยชน์ต่อเด็กพิการ

จากประสบการณ์ 20 ปีของมูลนิธิฯ เราได้พัฒนาการทิศทางและแนวทางงานตลอดเวลา จากการพัฒนาฟื้นฟูเด็กพิการโดยเน้นที่เด็กพิการเป็นหลักเมือเด็กได้รับการพัฒนาแล้วกลับสู่สังคมและครอบครัวที่ยังมาเข้าใจปัญหาก็ทำให้การพัฒนาเด็กพิการกลับถ้อยหลังหรือหยุดอยู่กับที่ ดังนั้นมูลนิธิฯ จึงได้มีการส่งเสริมพัฒนาการศักยภาพครอบครัว เพื่อการกลับสู่ครอบครัวเด็กพิการ เพื่อให้ครอบครัวเป็นผู้ทำหน้าที่ในการฟื้นฟูเด็กต่อไปโดยมีการจัดกิจกรรมการอบรม พ่อแม่มือใหม่และกลุ่มนันทนาการเด็ก หรือที่เราเรียกว่า “สโมสรหอยทากปูลม” ซึ่งลาดเป็นโรงเรียนผู้ปกครองในการเพิ่มศักยภาพของตนเองในการดูแลเด็กพิการ ต่อไป

About FCD Thailandนอกจากนั้นมูลนิธิฯได้ร่วมมือประสานงานกับองค์กรญี่ปุ่นในการจัดอบรม โดสะโฮ ให้แก่ผู้ปกครอง ในการฟื้นฟูและทำกายภาพบำบัดร่วมมือกับมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาในการศึกษาการนวดไทยกับการพัฒนาเด็กพิการ โดยการสัมผัสและทำร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กพิการ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองได้เห็นศักยภาพของตนเองในการฟื้นฟูลูกหลานของตนเป็นผลให้มีการพึ่งพาบุคลาการจากภายนอกน้อยลง ในขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ยังได้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการร่วมกันฟื้นฟูเด็กพิการ อย่างเช่น กรณีปู่ไพร ซึ่งเป็นคนในชุมชนที่คิดค้นและนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการทำของเล่นและอุปกรณ์ในการช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กพิการ ซึ่งได้รับการยกย่องจากสาธารณะเป็นอย่างมาก

มูลนิธิฯไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้เพราะมูลนิธิฯได้ตระหนักถึงพลังของผู้ปกครองเป็นสำคัญ เมื่อผู้ปกครองได้ร่วมกันทำกิจกรรมและมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีการช่วยเหลือกันมีการรวมกลุ่มเป็นชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ และได้พัฒนาเป็นเครือข่ายขยายไปยังกลุ่มผู้ปกครองอื่นๆ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเวลา 32 ปี ดูเหมือนยาวนานเหลือเกิน และเราได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาอย่างมากมาย มีทั้ง ทุกข์ สุข ท้อแท้ สมหวัง ล้วนทำให้มูลนิธิฯมีความมั่นใจในทิศทางการทำงานของมูลนิธิฯมากขึ้น เพื่อการดำเนินงานในการพัฒนาเด็กพิการต่อไป

วิสัยทัศน์ (Vision)

มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กพิการ  โดยครอบครัว  ชุมชน  และภาคีเครือข่าย

เป้าประสงค์

  • เด็กพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวเด็กพิการและชุมชนมีความเข้มแข็ง มีพลังในการฟื้นฟูเด็กพิการ

วัตถุประสงค์

  • ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กพิการโดยทั่วไป ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามสมควร เช่นเดียวกันหรือใกล้เคียงกับเด็กปกติ
  • ให้การศึกษาแก่ชุมชนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาความพิการการช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กพิการและการมีทัศนคติที่ดีต่อคนพิการ
  • สนับสนุนให้มีและดำเนินการศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเด็กพิการ ฐานแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อหารูปแบบและกลวิธีที่เหมาะสมในการดำเนินงานของโครงการและให้บริการข้อมูลแก่ผู้สนใจค้นคว้าโดยทั่วไป
  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครอบครัวในชุมชนมีความมั่นคงและอบอุ่น มีสมรรถภาพเพียงพอที่จะป้องกันหรือฟื้นฟูความพิการของเด็ก สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กพิการ ซึ่งต้องมีภาระต่อเด็กมากเป็นพิเศษ
  • เผยแพร่งานด้านการพัฒนาสังคม พัฒนาคม โดยเฉพาะเด็กพิการ ผ่านสื่อสารมวลชน
  • ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆเพื่อสาธารณประโยชน์

ยุทธศาสตร์มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ 2559-2561

วิสัยทัศน์

มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กพิการ  โดยครอบครัว  ชุมชน  และภาคีเครือข่าย

ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงาน

1. การพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเด็กพิการที่เหมาะสม

ยุทธศาสตร์นี้เน้นในด้านการพัฒนา จัดการองค์ความรู้ทำให้เป็นระบบง่ายต่อการเข้าใจ และเผยแพร่องค์ความรู้ต่อสังคม เพื่อให้องค์ความรู้เหล่านั้นมีประโยชน์ต่อเด็กพิการ ครอบครัว ชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง

2. การพัฒนาขับเคลื่อนหน่วยร่วมบริการด้านเด็กพิการโดยครอบครัว ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง

เน้นในการสร้างรูปแบบ ระบบ และกลไกการบริการฟื้นฟูเด็กพิการโดยให้ครอบครัวและชุมชนเป็นหัวใจหลักซึ่งอาจสามารถเชื่อมโยงกับกลไก กฎหมาย ระเบียบของรัฐที่มีอยู่มาใช้ในการดำเนินการ และคาดหวังว่ารูปแบบ ระบบ กลไกที่ได้พัฒนาขึ้นจะสามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นๆในสังคมไทยได้ต่อไป

3. การเสริมความเข้มแข็งและการทำงานโดยเครือข่าย

เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานที่มีประสิทธิภาพในแบบเครือข่าย เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม รวมถึงส่งเสริมแนวคิดชนะ-ชนะ (Win-Win) ในการทำงาน

4. การพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้ทำงานอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

มุ่งสร้างความเข้มแข็ง การทำงานอย่างมีประสิทธิผล การพึ่งตนเองได้ในระยะยาวขององค์กรด้านทรัพยากร รวมถึงการพัฒนาแรงบันดาลใจ ทัศนคติ และทักษะในการทำงานของบุคลากรของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ


ยุทธศาสตร์ที่ 1

การพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเด็กพิการที่เหมาะสม

 วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนานวัตกรรมและการจัดการองค์ความรู้ในการพึ่งตนเองด้านเด็กพิการ

ตัวชี้วัด

1.1 นวัตกรรมศาสตร์การฟื้นฟูแบบบูรณาการได้รับการพัฒนาและเผยแพร่ อย่างน้อย 3เรื่อง/ 3 ปี
2. พื่อเผยแพร่นวัตกรรมองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กพิการ ครอบครัว   และชุมชน

ตัวชี้วัด

2.1 มีสื่อที่ใช้เผยแพร่ความรู้อย่างน้อย 6ช่องทาง1) Website  2) YouTube,  3) บทความ   4) หนังสือ  5) CD 6) ชุดนิทรรศการ
(ชุดความรู้สำเร็จรูป)
2.2 เกิดแกนนำที่สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการฟื้นฟูเด็กพิการอย่างน้อย  50  คน/ 3 ปี
2.3 มีสื่อสาธารณะเผยแพร่องค์ความรู้/ นวัตกรรม 10-15  รายการ/ 3 ปี


 

ยุทธศาสตร์ที่ 2

การพัฒนาขับเคลื่อนหน่วยร่วมบริการด้านเด็กพิการโดยครอบครัว ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์

1.เสริมสร้างและพัฒนารูปแบบระบบ  กลไก  หน่วยร่วมจัดบริการการฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว ชุมชน   องค์กรที่เกี่ยวข้อง

ตัวชี้วัด

1.1 มูลนิธิเพื่อเด็กพิการเป็นหน่วยร่วมบริการต้นแบบที่ได้รับมาตรฐาน   2  พื้นที่ ได้แก่ ที่ ก.ท.ม.และนครศรีธรรมราช
1.2 หน่วยงานที่รับผิดชอบให้การยอมรับและรับรองหน่วยร่วมบริการ
2. เพื่อขยายหน่วยร่วมจัดบริการในพื้นที่ต่างๆ

ตัวชี้วัด

2.1 มีหน่วยร่วมบริการต้นแบบที่ได้มาตรฐาน 4 หน่วย/ 3 ปี


 

ยุทธศาสตร์ที่ 3

การเสริมความเข้มแข็งและการทำงานโดยเครือข่าย

วัตถุประสงค์

1. เสริมสร้างศักยภาพและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กพิการของภาคีเครือข่าย

ตัวชี้วัด

1.1 องค์กรภาคีเครือข่ายด้านเด็กพิการมีศักยภาพพัฒนาเด็กพิการได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อย 6 กลุ่ม/องค์กร(รัฐ,ผ.ป.ค.)
2. เพื่อประสานกับภาคีเครือข่าย ผลักดันให้เด็กพิการ เด็กชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ

ตัวชี้วัด

2.1 เครือข่ายองค์กรภาคีด้านเด็กพิการ อย่างน้อย 2 เครือข่าย (40 องค์กร) ร่วมมือกันผลักดันให้เด็กพิการ เด็กชาติพันธุ์ เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ
2.2 เครือข่ายองค์กรระดับชาติ 4 ภูมิภาค และเครือข่ายองค์กรระดับภูมิภาค  ได้รับการยกระดับ (งาน CBR)
3. เสริมสร้างศักยภาพ งานอาสาบุคคลทั่วไป และยกระดับกลุ่มผู้ปกครอง

ตัวชี้วัด

3.1 มีแกนนำอาสาสมัครเฉพาะด้าน (ทักษะความสามารถ) จำนวน 5 คน

 


 

ยุทธศาสตร์ที่ 4

การพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้ทำงานอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้องค์กรมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ในระยะยาว

ตัวชี้วัด

1.1 มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินงานโดยรายรับทั้งหมด แบ่งเป็นเงินบริจาคทั่วไป 70% เงินทุนโครงการ 30%
1.2 โครงการธุรกิจเพื่อสังคม มีรายรับ 1 ล้านบาท/ปี
1.3 งานจิตอาสาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิฯลดค่าใช้จ่าย 5% จากงบประมาณรายจ่าย
2.เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

ตัวชี้วัด

2.1 บุคลากรสามารถทำงานตามแผนให้บรรลุวัตถุประสงค์ อย่างน้อย 80%
3. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์กร สู่สาธารณะ

ตัวชี้วัด

3.1 มีสมาชิก fanpage อย่างน้อยรวม 1 แสนคน/ ปี
3.2 มีสื่อสาธารณะเผยแพร่งานองค์กร จำนวน 20 รายการ/ปี

 


คุณค่าร่วมขององค์กร (Core Value)

ค่านิยมสำคัญขององค์กรที่เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารจะร่วมยึดถือปฏิบัติร่วมกันได้แก่ “CLICK” อันประกอบไปด้วย

C = Confidence คนทำงานและองค์กรต้องมีความเชื่อมั่นในศักยภาพเด็กและครอบครัว
L = Loving Kindness ความรัก และเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อเด็กพิการและครอบครัว มีความเมตตา เสียสละ และทุ่มเทเพื่อสังคม เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการทุกคนจะต้องเป็นคนที่มีความเมตตา กรุณา ต่อเด็กพิการ พร้อมเสียสละและมุ่งมั่นทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจเพื่อการพัฒนาเด็กพิการในสังคม
I = Involvement การมีส่วนร่วม ในการฟื้นฟูและพัฒนาเด็กพิการนั้นจะสำเร็จได้เป็นอย่างดีหากทุกคนให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งเด็กพิการ ครอบครัว เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการมูลนิธิ และภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความเชื่อมั่นในการทำงานแบบภาคีหุ้นส่วน
C= Commitment ปณิธานความมุ่งมั่น ความทุ่มเทที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ
K= Keenness ความกระตือรือร้น จดจ่อที่จะผลักดันงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ

 


B

 

ชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ทะเบียนเลขที่ 2383 ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2544 มีเป้าหมายให้ลูกได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพได้เต็มตามศักยภาพของเด็กและผู้ปกครอง และได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำความเข้าใจในความพิการของลูก ตลอดจนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน เสริมสร้างกำลังใจซึ่งกันและกัน โดยการดำเนินงานภายใต้ชื่อกลุ่ม “ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว” ปัจจุบัน ได้เปิดดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น 9 ศูนย์ ใน 9 พื้นที่

วัตถุประสงค์ของชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ

  • เสริมสร้างกำลังใจ และความเข้มแข็งของครอบครัวเด็กพิการ
  • เสริมสร้าง ทักษะผู้ปกครอง และครอบครัวในการเลี้ยงดูฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กพิการได้ ด้วยตนเอง
  • ส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาเด็กพิการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและการเรียนรู้
  • คิด ค้น พัฒนารูปแบบสวัสดิการครอบครัว เพื่อการพึ่งตนเองของครอบครัวเด็กพิการ
  • สร้างเสริม พัฒนารูปแบบเครือข่ายครอบครัวเด็กพิการ และเชื่อมโยงภาคีอื่นๆ

เป้าหมาย

เพื่อครอบครัวเด็กพิการมีความสุข พึ่งตัวเองได้ มีสุขภาวะที่ดี สังคมให้การยอมรับมีระบบบริการ ที่เหมาะสมรองรับและได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ

  1. นายอดิศักดิ์ รอดสุวรรณ ประธานชมรม
  2. นายเผด็จ มหาตมวดี รองประธาน
  3. นางแสงเพลิน จารุสาร เลขานุการ
  4. นางสร้อยพัชร เอมสุวรรณ์ เหรัญญิก
  5. นางอมรวรรณ บริรักษ์ กรรมการ
  6. นางสาวนิสสัย ผาสุข กรรมการ
  7. นางอรุณรุ่ง อาชวเมธี กรรมการ
  8. นายสุนทร สถาพร กรรมการ
  9. นางหนูค่ำ บุญสวน กรรมการ
  10. นางจารึก ศรีทอง กรรมการ

ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว ที่ดำเนินโครงการตามพื้นที่ต่างๆ


about-learningcenter-01ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่บางแค) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่บางแค)

ที่ตั้ง : อาคารโสมสวลี บ้านบางแค 1 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณแสงเพลิน จารุสาร
โทรศัพท์ : 086-9065223
อีเมล์ : sangpern@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันพุธ


about-learningcenter-02ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่สะพานสูง) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่สะพานสูง)

ที่ตั้ง : เลขที่ 99/2576 หมู่บ้านปรางทิพย์ ซอย 4 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณสร้อยพัชร เอมสุวรรณ์
โทรศัพท์ : 089-1755336
อีเมล์ : nongkitnongkarn@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันเสาร์


about-learningcenter-03ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่วังทองหลาง) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่วังทองหลาง)

ที่ตั้ง : มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ เลขที่ 546 ซอยลาดพร้าว 47 แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณสุนทร สถาพร
โทรศัพท์ : 081-6250669
อีเมล์ : soontorn2000@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันพฤหัส


about-learningcenter-04ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่อุดมสุข) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่อุดมสุข)

ที่ตั้ง : ศูนย์บริการสาธารณสุข 8 (บุญรอด รุ่งเรือง) เลขที่119 ซอยอุดมสุข18 ถนนสุขุวิท 103 แขวง/เขตบางนา กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณอมรวรรณ บริรักษ์
โทรศัพท์ : 081-1776462
อีเมล์ : adisak_1423@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันพฤหัส


about-learningcenter-05ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่มีนบุรี) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่มีนบุรี)

ที่ตั้ง : อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนรามอินทราเนรมิต ซอยรามอิทรา 86 ถนนรามอินทรา แขวง/เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณหนูค่ำ บุญสวน
โทรศัพท์ : 085-9162858
อีเมล์ : monokoro@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์


about-learningcenter-06ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่สายไหม) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่สายไหม)

ที่ตั้ง : เลขที่ 333/528 ซอยสายไหม 54 ถนนสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ
ผู้รับผิดชอบ : คุณเสาวภา ธีระปรีชากุล
โทรศัพท์ : 081-4327801
อีเมล์ : nokk@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.cp-homeschool.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันพฤหัส-ศุกร์


about-learningcenter-07ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ)

ที่ตั้ง : เลขที่ 680 หมู่ 5 ตำทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกยีรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้รับผิดชอบ : คุณรุ่งทิวา สังข์ทองจีน
โทรศัพท์ : 087-2846030
อีเมล์ : baadsan@hotmail.com
ทำกิจกรรม : อาทิตย์ ที่ 1 ของเดือนและพุธที่ 3 ของเดือน


about-learningcenter-08ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ อ.สิชล) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ อ.สิชล)

ที่ตั้ง : เลขที่ 45 หมู่ 6 ตำบลทุ่งปรัง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้รับผิดชอบ : คุณจารึก ศรีทอง
โทรศัพท์ : 089-1050625
อีเมล์ : jasithong@hotmail.com
ทำกิจกรรม : ทุกวันพุธและพฤหัส ของทุกเดือน


about-learningcenter-09ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ จ.เชียงราย) ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (พื้นที่ จ.เชียงราย)

ที่ตั้ง : เลขที่ 129 บ้านน้ำลัด ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ผู้รับผิดชอบ: คุณลักขณางค์ ภาณุวรกิจ
โทรศัพท์: 089-7008964
อีเมล์ : ruammitbakery@yahoo.com
ทำกิจกรรม: พฤหัส ของทุกเดือน

คณะกรรมการ

Picture1

ฝ่ายฟื้นฟูศักยภาพเด็กพิการ

0052

ฟื้นฟูและพัฒนาเด็กพิการโดยชุมชน (CBR)

Slide31

ฝ่ายสื่อสารและแบ่งปันเพื่อเด็กพิการ

Picture1

ฝ่ายสำนักงาน

ture1

ฝ่ายบัญชี-การเงิน

ฝ่ายบัญชี-การเงินโครงการแผนงานสร้างเครือข่าย

โครงการแผนงานสร้างเครือข่าย

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน


แผ่นพับมูลนิธิฯ

แผ่นพับมูลนิธิฯ แผ่นพับมูลนิธิฯ